🏠 ป้ายไวนิลขายบ้าน คืออะไร และทำไมต้องใช้?
ป้ายไวนิลขายบ้าน คือสื่อโฆษณาที่เห็นผลเร็วที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการ ขายบ้าน ขายที่ดิน ขายทาวน์เฮ้าส์ หรือขายอาคารพาณิชย์
เพราะลูกค้าที่กำลังมองหาบ้านมักขับรถผ่านพื้นที่จริง หากมีป้ายที่ ตัวใหญ่ อ่านง่าย และมีเบอร์โทรชัดเจน จะช่วยเพิ่มโอกาสปิดการขายได้ทันที
ข้อดีของป้ายไวนิลคือ
-
ราคาถูกกว่าป้ายแข็ง
-
ทำขนาดใหญ่ได้
-
ทนแดด ทนฝน ใช้งานกลางแจ้งได้ดี
-
ผลิตเร็ว เหมาะกับงานเร่งด่วน
📌 เหมาะกับใคร?
-
เจ้าของบ้านที่ต้องการขายเอง
-
นายหน้าอสังหาริมทรัพย์
-
ผู้ขายที่ดินเปล่า
-
โครงการบ้านจัดสรรขนาดเล็ก
-
บ้านหลุดจำนอง / บ้านมือสอง
📏 ขนาดป้ายไวนิลขายบ้านยอดนิยม
-
60 x 120 ซม. – ติดรั้วบ้าน อ่านชัด
-
80 x 200 ซม. – เห็นชัดจากริมถนน
-
100 x 300 ซม. – สำหรับที่ดินแปลงใหญ่
-
120 x 240 ซม. – งานขายจริงจัง ระยะไกลก็เห็น
👉 สามารถสั่ง ขนาดพิเศษ ได้ตามพื้นที่หน้างาน
🎨 ออกแบบป้ายยังไงให้ขายได้เร็ว?
ป้ายไวนิลขายบ้านที่ดี ควรมีองค์ประกอบดังนี้
-
คำว่า “ขายบ้าน” หรือ “ขายที่ดิน” ตัวใหญ่ที่สุด
-
เบอร์โทรศัพท์อ่านชัด เห็นจากรถที่ขับผ่าน
-
ใช้สีตัดกัน เช่น แดง-ขาว / เหลือง-ดำ
-
ไม่ใส่ข้อความเยอะเกินไป
-
ถ้ามีโลโก้นายหน้า ใส่ขนาดพอดี ไม่แย่งจุดเด่น
💡 เคล็ดลับ: ป้ายที่ “อ่านออกใน 3 วินาที” ขายได้ดีกว่า
🧱 วัสดุไวนิลที่ใช้
-
ไวนิลหนา 360 แกรม
-
พิมพ์ระบบอิงค์เจ็ท สีสด คมชัด
-
กันน้ำ กันแดด ใช้กลางแจ้งได้
-
เจาะตาไก่รอบป้าย พร้อมผูกติดตั้ง
ใช้งานได้หลายเดือน แม้ติดกลางแจ้งตลอดเวลา
⚡ งานด่วนก็ทำได้
-
รับงาน พิมพ์ด่วน รอรับได้
-
ใช้ไฟล์เดิมหรือให้ช่วยจัดวางข้อความ
-
ส่ง Grab / Line Man / ขนส่งเอกชน
เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการติดป้าย ภายในวันเดียว
💰 ราคาป้ายไวนิลขายบ้าน (โดยประมาณ)
-
เริ่มต้นหลักร้อย ขึ้นอยู่กับขนาด
-
ยิ่งสั่งหลายผืน ราคาต่อผืนยิ่งถูก
-
เหมาะสำหรับนายหน้าที่ต้องติดหลายจุด
👉 ขอราคาเฉพาะงานได้ทันที
❓ คำถามที่พบบ่อย
Q: ไม่มีไฟล์ ทำได้ไหม?
A: ได้ครับ แจ้งข้อความ + เบอร์โทร เราจัดให้
Q: ใช้กลางแจ้งได้กี่เดือน?
A: ปกติ 3–6 เดือน ขึ้นกับสภาพแดดและฝน
Q: ส่งต่างจังหวัดได้ไหม?
A: ได้ ส่งทั่วประเทศไทย








